การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กระเทียมแปรรูป

แม้จะได้รับการยอมรับว่าประโยชน์มากมาย แต่กระเทียมขึ้นชื่อว่าเป็นพืชที่รับประทานยาก เพราะมีกลิ่นแรง ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงคิดค้นวิธีการทำผลิตภัณฑ์กระเทียมขึ้นมา เช่น สกัดน้ำมันกระเทียมและบรรจุในแคปซูลเพื่อสะดวกในการกินและคงสารอาหารในกระเทียมครบถ้วน
ปัจจุบันกระเทียมยังได้รับการยอมรับว่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เยียวยาบำบัดโรคและได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมุนไพรเสริมสุขภาพจากองค์การเภสัชกรรม ผลิตภัณฑ์กระเทียมจึงได้รับความนิยมและมีผู้ผลิตออกมาจำหน่ายหลายประเภท ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขให้คำจำกัดความผลิตภัณฑ์กระเทียมว่า
ผลิตภัณฑ์กระเทียม หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่นำเอากระเทียมมาปรุงแต่ง หรือทำขึ้นในลักษณะเป็นของเหลวหรือแห้ง และจะผสมสิ่งอื่นหรือไม่ก็ตาม ซึ่งบรรจุในแคปซูล หรืออัดเป็นเม็ด

การแปรรูปกระเทียมเป็นของเหลวหรือของแห้งนั้นก็เพื่อสะดวกต่อการรับประทานและหลีกเลี่ยงกลิ่นฉุน ผลิตภัณฑ์กระเทียมที่วางขายทั่วไป มี 3 ประเภท ดังนี้

  1. น้ำมันกระเทียมในแคปซูล ข้างในแคปซูลจะเป็นน้ำมันกระเทียมประมาณ 0.25 – 1 เปอร์เซ็นต์ เจือจางในน้ำมันพืชเป็นการให้ความร้อนกับกระเทียมในน้ำมันพืช จะได้สารที่เรียกว่าอะโจอิน (Ajoene) ในน้ำมัน มักบรรจุในแคปซูล
  2. กระเทียมสกัดผงในแคปซูลหรือเม็ดเคลือบ มีทั้งที่บรรจุในแคปซูล หรือทำเป็นเม็ดเคลือบ เป็นการทำให้กระเทียมเป็นผงแห้ง อัลลิอินกับอัลลิอินเนสจึงไม่ทำปฏิกิริยากัน เมื่อรับประทานจะไปเกิดอัลลิซินในร่างกาย โดยต้องให้การผสมของอัลลิอินกับอัลลิอินเนสเกิดขึ้นในส่วนของลำไส้ มีรายงานผลการทดลอง พบว่ามีผลดีในการลดคอเลสเตอรอลและไขมันประเภท LDL แต่ไม่มีผลกับไตรกลีเซอไรด์
  3. กระเทียมสกัดผงในแคปซูล (นำกระเทียมมาปั่นด้วยเครื่องปั่น) ที่เตรียมจากการบ่มกระเทียม (Aged Garlic) ไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 2 ปี ก่อนนำมาใช้โดยบรรจุในแคปซูล ดังนั้นสารที่บรรจุในแคปซูลเป็นสารที่เกิดจากการสลายตัวของอัลลิซินจนถึงขั้นสุดท้าย จะได้เป็นสารที่ละลายในน้ำและดูดซึมได้ดี ไม่มีกลิ่นของกระเทียมเหลืออยู่ มีการทดลองเกี่ยวผลิตภัณฑ์นี้มาก และเป็นที่ยอมรับระดับหนึ่งว่าสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและการจับตัวของเกล็ดเลือดมีผลลดความดันโลหิต มีผลต้านอนุมูลอิสระ และมีการพยายามศึกษาการใช้ในผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยเอดส์

ผลิตภัณฑ์กระเทียมเหมาะกับใคร สำหรับคนที่สนใจผลิตภัณฑ์กระเทียมควรเลือกใช้โดยพิจารณาจากสุขภาพของตนเองเป็นหลัก เพื่อให้ได้รับประโยชน์จาการรับประทานกระเทียมมากที่สุด ดังนี้

  1. สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และไม่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยโรคเรื้อรัง คนกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องรับประทานกระเทียมเสริม เพียงแค่รับประทานกระเทียมในมื้ออาหาร รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
  2. สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เลือกผลิตภัณฑ์กระเทียมที่เหมาะสมกับสุขภาพ โดยควรรับประทานในปริมาณน้อย
  3. ผู้ที่มีลักษณะดังกล่าวทั้ง 3 ข้อหรืออย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ คือ มีปัญหาสุขภาพ มีโรคประจำตัว มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเรื้อรัง แต่แพทย์ยังไม่ให้ใช้ยา เช่น มีระดับคอเรสเตอรอลสูงแต่ยังไม่ต้องใช้ยา แนะนำให้รับประทานผลิตภัณฑ์กระเทียมเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงพร้อมกับการปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
  4. ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ โรคประจำตัว มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และแพทย์สั่งให้ใช้ยา ควรกินยาเป็นประจำและกินผลิตภัณฑ์กระเทียมเพื่อส่งเสริมสุขภาพควบคู่กันไป

สังเกตฉลากก่อนเลือกซื้อ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดให้ผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์กระเทียมแสดงข้อความบนฉลากผลิตภัณฑ์ (ภาษาไทยหรืออังกฤษ) ที่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. ชื่อผลิตภัณฑ์
  2. เลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย.
  3. ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้แบ่งบรรจุ สำหรับผลิตภัณฑ์กระเทียมที่ผลิตในประเทศ ชื่อและที่ตั้งของผู้นำเข้าและประเทศผู้ผลิต สำหรับผลิตภัณฑ์กระเทียมที่นำเข้า
  4. ปริมาณสุทธิเป็นระบบเมตริก
  5. จำนวนบรรจุเป็นหน่วยต่อภาชนะบรรจุ
  6. ปริมาณส่วนประกอบที่สำคัญต่อหน่วย
  7. ข้อความว่า “ใช้วัตถุกันเสีย” เจือสีธรรมชาติ” หรือ “เจือสีสังเคราะห์” ถ้ามีการใช้
  8. ข้อความว่า “แต่งกลิ่นธรรมชาติ” แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ “แต่งกลิ่นสังเคราะห์” แต่งรสธรรมชาติ” ถ้ามีการใช้แล้วแต่กรณี
  9. เดือนและปีที่ผลิต และเดือนและปีที่หมดอายุการบริโภค เดือนและปีที่ผลิตภัณฑ์ยังมีคุณภาพ
  10. คำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์และการเก็บรักษา (ถ้ามี)
  11. ข้อความที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนด